ได้รับหนังสือประเมินภาษี
จากกรมสรรพากร ควรทำอย่างไร?

ทนายพัสกร  |  กันยายน 2026  |  อ่าน 4 นาที

กลับไปที่บทความด้านกฎหมายภาษี
การตรวจสอบภาษีจากกรมสรรพากร

หนังสือแจ้งตรวจสอบหรือหนังสือประเมินภาษี (ภ.ง.ด. / ภ.พ. ที่มีการประเมินเพิ่ม) จากกรมสรรพากร เป็นเอกสารที่สร้างความกังวลให้เจ้าของธุรกิจได้มากที่สุดฉบับหนึ่ง ผู้เสียภาษีจำนวนมากมักตอบสนองด้วยการเพิกเฉยโดยหวังว่าเรื่องจะเงียบไปเอง หรือไม่ก็ชำระภาษีทันทีโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องของการประเมิน ทั้งสองแนวทางอาจทำให้ต้องเสียเงินเกินความจำเป็น

การประเมินภาษีเป็นเพียงจุดยืนเริ่มต้นของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่คำวินิจฉัยที่สิ้นสุด ท่านมีสิทธิ์ตรวจสอบ โต้แย้ง และยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

เหตุใดธุรกิจจึงถูกตรวจสอบ

กรมสรรพากรมักเปิดการตรวจสอบหรือออกหนังสือประเมินภาษีด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้:

ข้อมูลไม่สอดคล้องกันระหว่างแบบแสดงรายการ — ความไม่ตรงกันระหว่างแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย และแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี
ธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือ — การกำหนดราคาระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้องกันซึ่งต่ำกว่าราคาตลาด
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ยอมรับ — รายการหักลดหย่อนที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริงเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
ข้อมูลจากบุคคลภายนอก — ข้อมูลที่ได้รับจากธนาคาร กรมศุลกากร หรือหน่วยงานรัฐอื่น ซึ่งไม่ตรงกับแบบแสดงรายการภาษีของท่าน

ควรทำอย่างไรเมื่อได้รับหนังสือประเมิน

ขั้นตอนที่ดำเนินการในช่วงสัปดาห์แรกหลังได้รับหนังสือประเมิน มักเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ของเรื่องทั้งหมด โดยหลักการทั่วไปมีดังนี้:

1
จดบันทึกกำหนดเวลาทันที

การยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินของกรมสรรพากรโดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง การพลาดกำหนดเวลานี้อาจทำให้เสียสิทธิ์ในการโต้แย้งผ่านกระบวนการอุทธรณ์ตามปกติ

2
ขอทราบฐานของการประเมิน

ท่านมีสิทธิ์ทราบอย่างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่อ้างอิงธุรกรรม ช่วงเวลา และวิธีคำนวณใดบ้าง ซึ่งเป็นข้อมูลจำเป็นก่อนตัดสินใจว่าจะเจรจา ยื่นอุทธรณ์ หรือชำระภาษี

3
รวบรวมเอกสารประกอบ

สัญญา ใบแจ้งหนี้ รายการเดินบัญชี และบันทึกทางบัญชีที่สนับสนุนตำแหน่งการยื่นแบบเดิม ควรจัดเตรียมให้พร้อมก่อนการประชุมหรือการตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ

4
ยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ (แบบ อ.7)

การอุทธรณ์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เป็นการชี้แจงเหตุผลทางกฎหมายและข้อเท็จจริงในการโต้แย้งการประเมิน ขั้นตอนนี้ช่วยรักษาสิทธิ์ในการยกระดับไปสู่ศาลภาษีอากรกลางหากจำเป็น

5
พิจารณาการฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง

หากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยืนตามการประเมิน ท่านสามารถนำเรื่องขึ้นสู่ศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้ศาลทบทวน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการโต้แย้งภาษีตามปกติ

เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

นอกเหนือจากภาษีที่ต้องชำระแล้ว การประเมินภาษีโดยทั่วไปยังมีเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนดเพดานไว้) และเบี้ยปรับ ซึ่งอาจลดหย่อนหรืองดได้ตามพฤติการณ์ เช่น การเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจก่อนถูกตรวจสอบ หรือความร่วมมือระหว่างการตรวจสอบ การทำความเข้าใจว่าสิทธิ์การลดหย่อนใดใช้ได้กับกรณีของท่าน มักเป็นจุดที่สามารถประหยัดเงินได้มากที่สุด

ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ: อย่าลงนามยอมรับการประเมินที่ท่านยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเมื่อยอมรับแล้ว สิทธิ์ในการอุทธรณ์จะแคบลงอย่างมาก

กำลังเผชิญกับการตรวจสอบหรือการประเมินภาษีจากกรมสรรพากรอยู่หรือไม่?

เราให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจและบุคคลทั่วไปด้านการตรวจสอบภาษี การอุทธรณ์ และการฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง

contact@phatsakornlaw.com 084-599-2692
LINE: @phatsakornlaw

— ทนายพัสกร, สำนักงานกฎหมาย พัสกร และเพื่อน