หนังสือแจ้งตรวจสอบหรือหนังสือประเมินภาษี (ภ.ง.ด. / ภ.พ. ที่มีการประเมินเพิ่ม) จากกรมสรรพากร เป็นเอกสารที่สร้างความกังวลให้เจ้าของธุรกิจได้มากที่สุดฉบับหนึ่ง ผู้เสียภาษีจำนวนมากมักตอบสนองด้วยการเพิกเฉยโดยหวังว่าเรื่องจะเงียบไปเอง หรือไม่ก็ชำระภาษีทันทีโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องของการประเมิน ทั้งสองแนวทางอาจทำให้ต้องเสียเงินเกินความจำเป็น
กรมสรรพากรมักเปิดการตรวจสอบหรือออกหนังสือประเมินภาษีด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้:
ขั้นตอนที่ดำเนินการในช่วงสัปดาห์แรกหลังได้รับหนังสือประเมิน มักเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ของเรื่องทั้งหมด โดยหลักการทั่วไปมีดังนี้:
การยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินของกรมสรรพากรโดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง การพลาดกำหนดเวลานี้อาจทำให้เสียสิทธิ์ในการโต้แย้งผ่านกระบวนการอุทธรณ์ตามปกติ
ท่านมีสิทธิ์ทราบอย่างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่อ้างอิงธุรกรรม ช่วงเวลา และวิธีคำนวณใดบ้าง ซึ่งเป็นข้อมูลจำเป็นก่อนตัดสินใจว่าจะเจรจา ยื่นอุทธรณ์ หรือชำระภาษี
สัญญา ใบแจ้งหนี้ รายการเดินบัญชี และบันทึกทางบัญชีที่สนับสนุนตำแหน่งการยื่นแบบเดิม ควรจัดเตรียมให้พร้อมก่อนการประชุมหรือการตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ
การอุทธรณ์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เป็นการชี้แจงเหตุผลทางกฎหมายและข้อเท็จจริงในการโต้แย้งการประเมิน ขั้นตอนนี้ช่วยรักษาสิทธิ์ในการยกระดับไปสู่ศาลภาษีอากรกลางหากจำเป็น
หากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยืนตามการประเมิน ท่านสามารถนำเรื่องขึ้นสู่ศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้ศาลทบทวน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการโต้แย้งภาษีตามปกติ
นอกเหนือจากภาษีที่ต้องชำระแล้ว การประเมินภาษีโดยทั่วไปยังมีเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนดเพดานไว้) และเบี้ยปรับ ซึ่งอาจลดหย่อนหรืองดได้ตามพฤติการณ์ เช่น การเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจก่อนถูกตรวจสอบ หรือความร่วมมือระหว่างการตรวจสอบ การทำความเข้าใจว่าสิทธิ์การลดหย่อนใดใช้ได้กับกรณีของท่าน มักเป็นจุดที่สามารถประหยัดเงินได้มากที่สุด
เราให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจและบุคคลทั่วไปด้านการตรวจสอบภาษี การอุทธรณ์ และการฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง
contact@phatsakornlaw.com 084-599-2692— ทนายพัสกร, สำนักงานกฎหมาย พัสกร และเพื่อน